Monthly archives: กรกฎาคม, 2019

นกกระยาง

นกกระยาง เรื่องมาก

นกกระยาง เรื่องมาก
คนแต่ง : อีสป

นกยางตัวหนึ่งเบาๆย่างเยื้อไปตามฝั่งลำน้ำ สายตาจ้องน้ำใสแจ๋ว คอยาวและก็จะงอยปากแหลมของมันพร้อมจะจิกของกินชิ้นเล็กๆเป็นมื้อตอนเช้า ในน้ำใสมีฝูงปลาล้นหลาม แต่ว่าคุณผู้ชายนกยางก็ไม่พึงใจกับเช้าตรู่วันนั้นแม้แต่น้อย

“เราไม่รับประทานปลาตัวเล็กตัวน้อยหรอก” มันเอ่ยขึน พวกปลาซิวปลาสร้อยไม่เหมาะสมกับนกยางนิดหน่อย

ขณะเดียวกันนั้นก็มีปลาเพิร์ชน้อยสวยว่ายเข้ามาใกล้ๆ”ก็ยังไม่ใช่อีกโน่นละ” นกยางกล่าว บาคาร่า “เราไม่เสียแรงอ้าปากเพื่อของพรรค์นั้นอยู่แล้ว!”

เมื่อดวงตะวันลอยสูง ฝูงปลาก็ว่ายจากน้ำตื้นแถวชายฝั่งดำลงสู่น้ำเย็นที่ลึกกว่ากึ่งกลางลำน้ำ ครั้งนี้นกยางมองไม่เห็นปลาหลงเหลือสักตัว ในที่สุดมันอดชอบใจมิได้ที่ขั้นต่ำก็อุตส่าห์ได้หอยทากตัวจิ๋วมาเป็นข้าวเช้าตัวหนึ่ง

:: นิทานหัวข้อนี้สอนให้ทราบดีว่า ::

อย่าเรื่องมากเหลือเกิน มิฉะนั้นบางทีอาจเหลือแค่สิ่งที่ห่วยที่สุด หรือไม่ก็ไม่ได้อะไรเลย

:: พุทธภาษิต ::

อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐฺ เกลื่อนกลาดฺขตำหนิ
ผู้รู้ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ ราวกับทรัพย์สินเป็นเยี่ยมสุด…




พระจันทร์อร่อย

พระจันทร์อร่อย ไหม

พระจันทร์อร่อย ไหม
เรื่อง/ภาพ : ไมเคิล เกรเนีช เรียบเรียง : ปรีดา ปัญญาจันทร์

คืนวันหนึ่ง ระหว่างที่พระจันทร์ดวงกลมโต สว่างจ้าลอยขึ้นมาบนฟ้า สัตว์ต่างๆพากันมาแหงนมอง และก็ชักชวนกันขึ้นไปลองพระจันทร์ เต่าเบาๆคลานเชื่องช้าขึ้นเขาเทือกเขา ตั้งอกตั้งใจจะไปลองพระจันทร์ แม้กระนั้นก็จับพระจันทร์ไม่ถึง ก็เลยเรียกให้ช้างขึ้นมาไต่บนหลังเต่า ก็ยังเอื้อมไม่ถึงพระจันทร์ ก็เลยเรียกยีรฟมายืนบนข้างหลังช้าง ก็ไม่เอื้อมไม่ถึง ก็เลยเรียกม้าลาย เรียกจิ้งจอก เรียกลิงขึ้นมาเหยียบบนข้างหลังต่อตัวกันขึ้นไป ก็ยังเอื้อมไม่ถึงพระจันทร์ ก็เลยเรียกหนูมาช่วย เมื่อหนูมาถึงก็เลยตะกายต่อตัวขึ้นไปอยู่ข้างบนสุด แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสถึงพระจันทร์ ก่อนที่จะบิพระจันทร์ออกมาทดลองลองมอง ก่อนที่จะส่งต่อให้สหายๆได้ลองกันทุกๆตัว

พระจันทร์อร่อยไหม เป็นหนังสือเสริมจินตนาการสำหรับเด็ก ที่ม่เพียงแค่เด็กๆจะรู้สึกบันเทิงใจกับภาษา บันเทิงใจกับเรื่องราวแล้ว เด็กจะยังได้ศึกษาถึงสัตว์หลายประเภท มากมายขนาด เพื่อมีการเปรียบถึง ความหมายของคำว่า “ ใหญ่ เล็ก” “สูง ต่ำ” ฯลฯ

ล้อมกรอบ กิจกรรมตลอดจากเรื่อง บาคาร่า พระจันทร์อร่อยไหม เพื่อเสริมวิวัฒนาการเด็กให้เต็มประสิทธิภาพ…




เค้าโมงหลบมุม

เค้าโมงหลบมุม ผู้เขียน : ภาพพิมพ์ ภาพอธิบาย

เค้าโมงหลบมุม
ผู้เขียน : ภาพพิมพ์ ภาพอธิบาย : วชิราวรรณ ทับเสือ สถานที่พิมพ์ : ไทยวัฒนาพานิช ปริมาณ : ๑๖ หน้า

เค้านาฬิกา เป็นลูกตัวสุดท้องครอบครัวนกเค้าแมว วันแล้ววันเล่าเค้านาฬิกาชอบถูกพี่ๆล้อว่า ไม่ใช่ลูกของบิดามารดา เค้านาฬิกาน้องเล็กเศร้าใจแล้วก็รู้สึกน้อยใจ ก็เลยต่อต้านด้วยการหนีออกมาจากบ้าน แม้กระนั้นเนื่องจากว่าเค้านาฬิกา เป็นนกที่ออกหากินช่วงเวลาค่ำคืน ช่วงกลางวันนอน ก็เลยไม่มีประสบการณ์ต่อสัตว์ช่วงเวลากลางวันจำพวกอื่นๆระหว่างที่สัตว์เล็กๆตัวอื่นก็ไม่มีผู้ใดเคยรู้จักเค้านาฬิกา นกช่วงกลางคืนมาก่อน ก็เลยพากันเกลียด ไม่มีผู้ใดใกล้และก็ยอมเล่นด้วย เค้านาฬิกาเศร้าเสียใจมากมาย แม้ว่าจะมานะสักเท่าใด ก็ไม่มีผู้ใดต้องการอยู่ใกล้

เค้านาฬิกา ก็เลยตกลงใจบินกลับไปอยู่ที่บ้าน และก็พบว่าสมาชิกทุกตัวในบ้าน ต่างเป็นห่วงรวมทั้งวุ่นวายกับมาตามหาเค้านาฬิกา ทำให้เค้านาฬิการู้เรื่องรู้ราวจริง บิดามารดาแล้วก็พี่ๆต่างรักใคร่เอ็นดูตนเอง เค้านาฬิกาก็เลยได้กลับเข้ามาอยู่กับครอบครัว อย่างอบอุ่นแล้วก็แฮปปี้อีกรอบ

เด็กๆที่เกิดเป็นน้องคนเล็ก ไม่น้อยเลยทีเดียวที่เคยมีประสบการณ์เดียวกันกับเค้านาฬิกาน้อยตัวนี้ บาคาร่า ก็เลยสามารถใช้หนังสือเล่มนี้ ช่วยชี้แจงความรัก ความเอ็นดู แล้วก็สร้างความรู้ความเข้าใจด้านในครอบครัวสำหรับเด็กที่จะต้องอยู่ในสถานะการณ์เดียวกับ เค้านาฬิกาได้อย่างดีเยี่ยม…




ในวันเยี่ยมไข้

ในวันเยี่ยมไข้ ของเอมอส แมคกี

ในวันเยี่ยมไข้ ของเอมอส แมคกี
เรื่อง: ฟิลิป ซี. สเตด ภาพโดย เอริน อี.สเตด แปล: ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

เอมอส แมคกี เป็นชายแก่ใจดีปฏิบัติงานที่สวนสัตว์ประจำเมือง เอมอสมีงานยุ่งตลอดทั้งวันแต่ว่าไม่ลืมเลือนหาเวลาแวะไปเยี่ยมเพื่อนฝูงสัตว์ที่เขารัก ทุกๆวันเอมอสไปเล่นหมากรุกกับช้าง ไปเยี่ยมแรดผู้ถูกใจน้ำมูกไหล ไปอ่านหนังสือกับนกเค้าแมวผู้กลัวความมืดดำ ไปนั่งเป็นเพื่อนนกเพนกวินผู้ประหม่า ไปวิ่งแข่งกับเต่าผู้ไม่เคยแพ้ใครกันแน่ แม้กระนั้นแล้ววันหนึ่งเอมอสเจ็บป่วยจำเป็นต้องนอนพักอยู่บ้าน เพื่อนพ้องสัตว์ ทั้งหลายแหล่เป็นห่วงเขา บาคาร่า ก็เลยพากันนั่งรถบัสไปเยี่ยมถึงที่หน้าบ้าน ทั้งยังเอมอสและก็เพื่อนพ้องสัตว์ใช้เวลาวันนั้นเล่นหมากรุก อ่านหนังสือ เสวนากันอย่างสุขสบาย…




ท่านเศรษฐี

ท่านเศรษฐี กับ เจ้าชาวนา และจอมพลัง

ท่านเศรษฐี กับ เจ้าชาวนา และจอมพลัง
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : ภัทรีดา ประสานทอง สำนักพิมพ์ : วาดดาว จำนวน : ๓๒ หน้า

ชาวนายากจนคนหนึ่งเลี้ยงโคชื่อนันทวิศาลไว้ โคตัวนี้มีกำลังมหาศาล วันหนึ่งโคนันทวิศาลได้คิดแผนการ ให้ชาวนาท้าเศรษฐีที่ชอบหลอกชาวบ้าน ให้ทดสอบกำลังของโคนันทวิศาลว่าสามารถลากเกวียนทั้งหมดที่เศรษฐีมีได้ ซึ่งเศรษฐีก็ตกลงรับคำท้า แต่พอถึงวันแข่งชาวนากลับตวาดโคนันทวิศาล ทำให้มันหมดกำลังใจไม่สามารถลากเกวียนได้ ต่อมาชาวนาสำนึกได้จึงขอโทษโคนันทวิศาล

ต่อมาชาวนาได้ไปท้าเศรษฐีอีกครั้ง โดยเดิมพันด้วยของทั้งหมดที่ชาวนามี เศรษฐีจึงออกอุบายใส่หินไว้จนเต็มทุกเกวียนที่เขามี แต่โคนันทวิศาลก็สามารถลากเกวียนทั้งหมดได้ เนื่องจากได้ยินถ้อยคำชมเชยอันไพเราะจากชาวนา เมื่อชนะแล้วชาวนาและโคนันทวิศาลจึงนำเงินพนันที่ได้มาแบ่งให้ชาวบ้าน และยังอภัยให้เศรษฐี

เศรษฐี ชาวนาและ จอมพลัง เรียบเรียงขึ้นใหม่จากชาดกเรื่อง นันทวิศาลชาดก โดยนำเสนอในรูปแบบของหนังสือภาพสำหรับเด็ก บาคาร่า ที่อ่านและเข้าใจง่าย ทั้งภาษาและภาพประกอบ…




ทอมคิดเทน

ทอมคิดเทน ลูกแมวน้อย

ทอมคิดเทน ลูกแมวน้อย
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ ผู้แปล : สุภาวดี โกมารทัต สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

ทอม คิตเทน เป็นเรื่องราวของลูกแมวทั้งสี่ตัว ที่พากันออกไปเดินเล่นนอกเส้นทาง ทั้งๆที่แม่แมวแต่งตัวให้เรียบร้อยสวยงาม สะอาดสะอ้าน เพื่อรอเวลาน้ำชายามบ่าย พร้อมกำชับว่า ให้เดินเล่นใกล้ๆบ้าน ระวังอย่าให้เสื้อผ้าเลอะเทอะ ก่อนที่แม่แมวจะออกไปธุระข้างบ้าน ชั่วประเดี๋ยวเดียว

ลูกแมวทั้งสี่ตัว อยากจะทำตามคำสั่งของแม่ แต่ก็พากันเดินเล่นเสียเพลิน ออกนอกเส้นที่แม่กำหนด แถมยังพากันสนุกต่อไปด้วยการไต่ขึ้นได้บนกำแพง ก่อนที่ทอม คิตเทนจะตกลงมาจากกำแพง เสื้อผ้าชุดสวยเกี่ยวขาดหลุดลุ่ย บรรดาแม่เป็ดที่เดินผ่านเห็นเข้า แทนที่จะช่วยกันใส่เสื้อผ้ากลับคืนลูกแมว แต่แม่เป็ดกลับพากันสวมใส่ชุดสวยเสียเอง แล้วพากันเดินเตาะแตะจากไป โดยไม่สนใจสักนิดเดียวกว่า เสื้อผ้าเหล่านั้นเป็นของทอม

เมื่อกลับถึงบ้าน แม่แมวพบว่าลูกๆสกปรกเลอะเทอะมอมแมมขนาดไหน บาคาร่า แม่แมวถึงกับโกรธ ลงโทษด้วยการจับตีก้นตัวละหนึ่งที ก่อนจะส่งเข้าไปอยู่ในห้อง ห้ามลงมารับประทานขนมพร้อมบรรดาแขกของแม่

ทอม คิตเทน อยู่ในชุดเดียวกันกับ กระต่ายน้อยปีเตอร์ ( Peter Rabbit ) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๖ เล่ม เหมาะที่สุดสำหรับเด็กที่อ่านหนังสือเองได้แล้ว เนื่องจากมีตัวหนังสือมาก มีภาพประกอบขนาดไม่ใหญ่นัก แต่เป็นภาพที่งดงาม อ่อนหวานและมีคุณค่าทางศิลปะ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้กับเด็กโตที่ผ่านการใช้หนังสือภาพมาระดับหนึ่ง แล้ว…




หมีใหญ่ผู้หิวโซ

หมีใหญ่ผู้หิวโซ สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและเจ้าหนูน้อย

หมีใหญ่ผู้หิวโซ สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและเจ้าหนูน้อย
ผู้แต่ง : ดอน และออเดรย์ วู้ด ผู้แปล : รพินทร ณ ถลาง ภาพประกอบ : ดอน วู้ด สำนักพิมพ์ : นิวเกตมีเดีย จำกัด จำนวน : ๓๒ หน้า

เจ้าหนูน้อย สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและหมีใหญ่ผู้หิวโซ หนังสือชื่อยาวที่มีเสน่ห์ และความน่าฉงน มีวิธีการนำเสนอที่แปลกและซับซ้อน อันเกิดจากจินตนาการของหนูผู้เป็นเจ้าของสตรอว์เบอร์รี กับเสียงขู่จากผู้ที่ไม่มีใครได้เห็นตัว

หลังจากเจ้าหนูเก็บสรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำน่ากิน มาหนึ่งผล มันก็ได้ยินเสียงขู่ต่างๆนานาว่า ไม่มีวันที่สตรอว์เบอร์รี่น่ากินลูกนี้จะรอดพ้นสายตาเจ้าหมีใหญ่ผู้หิวโซไป ได้ ไม่ว่าจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน คุ้มกันอย่างดีเพียงใด หรือแม้แต่ปลอมแปลงไปเป็นอะไร ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเจ้าหมีใหญ่ไปได้ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด ก็คือ เจ้าหนูต้องแบ่งสตรอว์เบอร์รีออกเป็นสองชิ้น แล้วแบ่งให้เจ้าของเสียงนั้นชิ้นหนึ่ง ส่วนเจ้าหนูก็ควรจะรีบกินชิ้นทีเหลือเสีย เจ้าหนูจึงได้แต่รีบปฏิบัติตามโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียสตรอว์เบอร์รี่ให้กับเจ้าหมีใหญ่ผุ้หิวโซ

เจ้าหนูน้อย สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและหมีใหญ่ผู้หิวโซ บาคาร่า เป็นหนังสือเล่มโต ภาพประกอบชัดเจน สามารถมองเห็ท่าทีอันตื่นตระหนกและหวาดระวังของเจ้าหนูได้อย่างเต็มตา ประกอบกับตัวหนังสือขนาดใหญ่ เพิ่มความน่าตื่นเต้น เข้ากันได้อย่างดีกับบรรยากาศของเรื่อง…




นิยายเลือดทรนง

นิยายเลือดทรนง ตอนไฟรักมังกร โดย : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

นิยายเลือดทรนง ตอนไฟรักมังกร โดย : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

เรื่องย้อนไปปี 2458 ที่หัวหน้าพรรคอั้งทิมึ๊ง โอ๊วบุ่งฮง ที่เสียสุขภาพกำลังจะลงจากตำแหน่ง อึ้งกวงไท่ ที่เป็นคนมาใหม่ไฟแรง ก่อร่างสร้างตัวจากศูนย์จนกระทั่งมีบ่อนรวมทั้งโรงน้ำชาเล็กๆก็ต้องการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ถึงจะได้โอกาสดีที่อาเสี่ยมแกบุตรสาวคนโตจากเมียหลวงของบึงฮงมาหลงเสน่ห์ แต่ว่ากวงไท่กลับเลือกไปแต่งกับอดีตกาลนางเอกงิ้ว เซาะฮวย และก็มีลูกชายทารก อึ้งบึงเล้ง คู่ปรับคนสำคัญอีกทั้งด้านความรักรวมทั้งตำแหน่งของอึ้งกวงไท่เป็นเตียเอี๊ยขี้งกวงที่ถูกใจเซาะฮวยเช่นเดียวกัน แถมยังมีแบ็คของครอบครัวอีก ทำให้เมื่อ หุ่ยเพียวติดต่อบอกกวงไท่ว่าจะช่วยเหลือเลยแอบไปพบเพื่อสนทนาข้างหลังไปดูงิ้วเล่าซังบ่วงโชคดีที่พาเมียแล้วก็ลูกไปด้วย แน่ๆว่างานนี้เป็นการคิดคดทรยศ เหลือลูกชายที่รอดมาผู้เดียวแล้วก็ได้เฮ้งซัวช่วยไว้ ตั้งชื่อใหม่เป็น เฮ้งหั่งเล้ง หรือมังกรนั่นเองโดยมีหชูประจำเชื้อสายเป็นหลักฐาน

ความตายของกวงไท่มีประโยชน์ต่อเตียเอี๊ยงกเงินวงจนกระทั่งร่ำลือกันว่าเป็นคนลงมือ บาคาร่า แม้กระนั้นเรื่องก็เงียบไปเมื่อเอี๊ยขี้เหนียววงสมรสการบ้านการเมืองกับอาเสี่ยมเธอโดยทางเชื้อสายโอ๊วที่ได้ ไต่หั่ง น้องชายคนเล็กของบึงฮงแล้วก็มือขวา มุ่ยเซ้ง ที่บึงฮงเก็บมาเลี้ยงต้องการจะกลืนธุรกิจการค้าของเครือญาติเตีย แม้กระนั้นแปลงเป็นเอี๊ยละโมบวงน้ำนิ่งก็ยิ่งไหลลึกกว่าบวกกับอาเสี่ยมมึงที่หลงเสน่ห์เข้าด้วยทำให้สามารถคุมกิจการค้าของเครือญาติโอ๊วได้ในระดับหนึ่ง จนกระทั่งทั้งสองมีลูกสาวเป็นนงท้องฟ้า วันหลังเมื่อเอี๊ยละโมบวงมีภรรยาน้อยก็ทำให้ทั้งสองเย็นชากันไป ภรรยาน้อยสามคนสูงอายุห่างกันคนละสิบปีและก็ได้ลูกชายหลายท่าน เรื่องวนกลับมาเมื่อเอี๊ยโลภวงปรารถนาลงจากตำแหน่ง ไม่อาจจะใช้ลูกชายที่ยังเด็ก เลยปรารถนาลูกเขยชำนาญมารับตอน

จากเรื่องที่แล้วเป็นตัวเลือกหลักเป็นพยัคฆินทร์และก็มังกร แม้กระนั้นเสือถอนตัวทำให้มังกรที่ค่อนข้างจะบุ่มบ่ามเป็นผู้ชิงเก้าอี้ลูกเขยแถวหน้า แม้กระนั้นมังกรที่ใจร้อนกว่าพยัคฆินก็พบศึกหนักไปหลายชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดนวางยา ที่เรื่องโยงไปพบสมัยก่อนที่น่าสงสัยเมื่อนงฟ้าได้ยินโดยบังเอิญอาเสี่ยมเธอบอกเรื่องอดีตกาลของมังกรกับผู้อื่น ระหว่างนี้มังกรก็แอบติดต่อร่วมมือกับอัสดรที่อยากกำจัดอั้งยี่ รวมทั้งได้พยัคฆินเป็นที่ปรึกษาแบ็คอยู่ด้านหลังอีกครั้ง อาจไม่ต้องบอกนะคะว่าเรื่องเสร็จ มังกรแก้เผ็ดได้ ญาติพี่น้องพยัคฆินอัสดรเจอกันอีก ถึงคนทั้งหลายแหล่จะบอบช้ำโชกเลือดไปไม่น้อย ……




แฮร์รี่หมา

แฮร์รี่หมา มอมแมม (Harry,The Dirty Dog)

แฮร์รี่หมา มอมแมม (Harry,The Dirty Dog)
เรื่อง จีน ไซอัน ,ภาพ มาร์กาเร็ต บลอย เกรแฮม แปล ระพีพรรณ พัฒนาเวช สนพ.แพรวเพื่อนเด็ก แนะนำโดย โดยธัญโรจน์ โรจนธเนศ

“แฮร์รี่” หมาสีขาวแต้มดำ มีความเป็นเลิศด้านความเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนและเกลียดการอาบน้ำ ทันทีที่แฮร์รี่ได้ยินเสียงเจ้าของเปิดน้ำใส่อ่าง มันก็รีบคาบแปรงขัดตัวไปฝังในสวนหลังบ้าน แล้ววิ่งหนีไปเล่นตามที่ต่างๆ เล่นจนตัวสกปรกสมใจ แฮร์รี่จึงเดินกลับบ้านพร้อมกับความหิวโซ…แต่เหตุการณ์หลังจากแฮร์รี่กลับถึงบ้านไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิด เมื่อไม่มีใครในบ้านจำหมาสีดำอย่างมันได้ แฮร์รี่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่ามันคือ แฮร์รี่ หมาสีขาวแต้มดำตัวเดิม

ถ้า “ ช้างเบิ้ม ” เป็นตัวแทนของเด็กที่รักษาความเป็นตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น บาคาร่า แฮร์รี่ก็คงเป็นหมาที่อยู่ด้านตรงข้ามกับช้างเบิ้ม คือใช้ชีวิตเกินพอดีจนหลุดจากความเป็นตัวเองไปไกล

ไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้จากแฮร์รี่ ผู้ใหญ่เองก็เช่นกัน เพราะผู้ใหญ่มักลืมตัวทำอะไรต่อมิอะไรบดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วตัวตนจริงๆของพวกเราอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งควรรักษาให้มันอยู่กับเราตลอดไป…




ไม่อยากเป็นควาย

ไม่อยากเป็นควาย

ไม่อยากเป็นควาย
เรื่อง : ดร.สายสุรี จุติกุล ภาพ : ศ.ดร.แสงอรุณ รัตกสิกร สำนักพิมพ์ ชมรมเด็ก บทความ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์

เมื่อจับหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านครั้งแรกๆ รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอะไร เนื่องจากเรื่องราวคล้ายคลึงกับนิทานอีกหลายเรื่อง ทั้งนิทานโบราณเช่น เรื่อง “ฤาษีกับหนู” และหนังสือที่แต่งขึ้นมาใหม่อย่าง “หมูเรื่องมาก” รวมทั้งหนังสือเล่มเล็กอีกหลายๆเรื่อง แต่ผู้ประพันธ์จำนวนไม่มากนักที่สามารถแต่งเรื่องและออกแบบภาพได้อย่างรู้ใจเด็กๆ สามารถผูกเรื่องราวสื่อสารไปถึงเด็กๆ ได้อย่างมีพลังและสนุกสนานใกล้ตัว มีอรรถรสของความเป็นหนังสือภาพ และถ้าจะลำดับหนังสือภาพของไทยที่แต่งขึ้นในแบบอย่างหนังสือสมัยใหม่มีความสวยงามทางภาษา ให้อารมณ์ละเมียดละไมแล้วละก็ ไม่อยากเป็นควาย น่าจะอยู่บนแท่นหมายเลขหนึ่ง เพราะความพิเศษของ ไม่อยากเป็นควาย อยู่ที่ความเป็นเด็ก ทั้งวิธีคิดและการนำเสนอก็เป็นไปในรูปแบบหนังสือเด็ก

อย่างไรก็ตาม เราสามารถสัมผัสถึงพลังของภาพประกอบได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องอาศัยการสังเกตหรือต้องเจาะลึก เพราะแม้ผู้ประพันธ์และผู้ออกแบบภาพจะไม่ได้ทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอนก็ตาม แต่ภาพและเรื่องก็ผสานกลมกลืนกันราวกับเป็นงานของบุคคลเดียว และหากมองอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว บาคาร่า จะเห็นอารมณ์ขันที่ลุ่มลึก สำรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนักในหนังสือภาพสำหรับเด็ก

ภาพประกอบฝีมือ ศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร เล่าเรื่องอย่างอิสระ สนุกสนาน หลากหลาย เทคนิค ปราศจากกรอบบังคับ ดังจะเห็นได้ในหน้า 11 ที่ใช้ทั้งวิธีวาดและตัดปะ (collage) ทั้งการจัดองค์ประกอบศิลป์แต่ละหน้าก็แตกต่างกันดูเผินๆ แล้วเหมือนไม่มีเอกภาพ แต่หากดูอย่างจริงจังจะเห็นว่าผู้ออกแบบกำลังสนุกสนานไปกับเรื่องราวเหมือนเด็กที่กำลังเล่น และใช้ความสดอย่างเด็กๆ ได้ทุกอารมณ์ เช่น ท่าทีของควายที่ลุกขึ้นแต่งสูท แต่ทำท่างงๆช่างน่ารักน่าชัง ส่วนภาพคุณลิงในหน้า 17 นั้นเหมือนจะล้อเลียนใครอยู่เลยทีเดียว

อีกอารมณ์หนึ่งที่นับว่าสนใจมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้คือ ความรู้สึกในภาพที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงสำนวน “กลิ่นโคลนสาบควาย” (หลายคนที่เกิดและเติบโตในครอบครัวชาวไร่ชาวนาคงเห็นด้วยกับผู้เขียน) ถึงขั้นได้กลิ่นท้องไร่ท้องนา ทั้งยังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกสงบ ชุ่มเย็น เหมือนยืนอยู่บนท้องทุ่ง ทั้งตอนเริ่มเรื่องและตอนจบ

วิธีการเล่าเรื่องและท่าทีการเสนอเรื่องราวนั้นเต็มไปด้วยความหวัง ให้โอกาสและเป็นบวกอันเป็นท่าทีของครูที่ท่านผู้ประพันธ์เป็นอยู่โดยจิตวิญญาณ (นักการศึกษาย่อมเชื่อมั่นสำนึกด้านบวกของมนุษย์อยู่เสมอ) ไม่ย่อท้อต่อความไม่เข้าใจ ความไม่เชื่อมั่นของผู้อื่น และไม่สั่งสอนด้วยวิธีบังคับหรือชี้นำ หากให้โอกาสหาข้อสรุปจากประสบการณ์ด้วยตนเอง

เรื่องราวที่ปรากฏในหนังสือจึงไม่มีท่าทีสั่งสอน ลงโทษ หรือติเตียน แต่ให้ตัวละครได้โลดแล่นไปด้วยตนเอง สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตนเอง จนไปถึงการปรับเปลี่ยนด้วยตนเอง หากย้อนกลับไปที่หน้าปก ชื่อเรื่องที่ท่านผู้ประพันธ์ตั้งไว้ (ไม่ว่าจะด้วยเจตนาใดก็ตาม) หมิ่นเหม่ต่อการเสียดสีอยู่มาก และไม่อาจคาดเดาเนื่องจากควายมักถูกตราว่าไม่ฉลาดอย่างร้ายแรง แต่ควายในเรื่องนี้เป็นควายที่สง่างามผ่าเผยทัดเทียมกับคน เรียนรู้ที่จะกระทำการหลายอย่างเช่นคน ไม่เคอะเขิน เพียงแต่ไร้ความสุข ขาดความคุ้นชินตามธรรมชาติ ควายจึงดูมีศักดิ์ศรีไม่ด้อยไปกว่าคน

ในทางกลับกัน การที่ควายอยากเป็นคน ทำตัวเหมือนคน ใช้ชีวิตเหมือนคนก็เป็นอารมณ์ขันที่น่ารักของผู้ประพันธ์ กระทั่งเรื่องราวมาลงเอย เมื่อได้กลับไปสัมผัสชีวิตที่คุ้นเคยแบบควาย เช่น ควายทั่วไป

ไม่มีความขุ่นข้องหมองใจใดๆเจือปนอยู่เลย เพราะความเป็นตัวของตัวเองนั้นโปร่งสบาย ไม่อึดอัด ไม่จำเป็นต้องดัด ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องเสแสร้ง จึงสบายทั้งกายและใจ แล้วจะอยากเป็นคนไปทำไม เป็นควายอย่างเคยดีกว่า

ท่าทีของการเล่าเรื่องตอนนี้จึงมีสารที่ใหญ่กว่าตัวมันเองอยู่มาก

การให้ควายต้องเดินตามไส้เดือนเป็นวันเพื่อไปสู่หนองน้ำเป็นอารมณ์ขันที่น่ารักมาก และมีนัยให้คิดคำนึงอยู่พอสมควรเพราะหากควายจะเดินเองก็คงไม่กี่ก้าว แต่ผู้เล่าให้ควายพัก มีเวลาได้คิดได้พินิจพิเคราะห์ถึงตนเอง ทำความเข้าใจด้วยตนเอง ก่อนไปสู่บทสรุปอันเปี่ยมด้วยความสุขและเบิกบาน เช่น เดียวกับภาพยนตร์เรื่องใหญ่ที่จบอย่างมีพลังหลังจากผ่านทุกข์ยากมาแสนนาน การพักเรื่องด้วย อารมณ์ขันของผู้เล่า (ผู้ประพันธ์) ในตอนนี้จึงมีสารซ่อนให้คิดอยู่ด้วยทั้งเป็นอารมณ์ขันลึกที่เรียกเสียงหึๆ ในลำคอจากผู้ฟังผู้ใหญ่ได้เสมอ ความดีงามทั้งหลายของหนังสือเล่มนี้จึงอยู่ที่สาระ และวิธีการเล่าเรื่องของผู้ประพันธ์และผู้ทำภาพประกอบ ซึ่งทั้งสองท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยวุฒิภาวะ เห็นความเป็นเด็กที่ไม่ได้จางหายไปของท่านทั้งสอง…