771

นักเขียนที่ เคยเสียใจจนเอาเงินรางวัลไปบริจาคโลงศพ

771

นักเขียนที่ เคยเสียใจจนเอาเงินรางวัลไปบริจาคโลงศพ SnaiLife ส่งนิยายประกวดหวังได้รับคำวิจารณ์ แต่กลับได้มาเพียงเงินรางวัล เธอเสียใจจนเอาเงินรางวัลที่ได้ไปบริจาคโลงศพ
เธอตั้งใจเขียนเขียนนิยายแฟนตาซีพร้อมเพื่อนนักเขีน สรุปเพื่อนเขียนจบไปสองพันหน้าแต่ตัวเองเขียนไม่จบ จนต้องถอยมาตั้งหลักใหม่
ค้นพบว่านักเขียนต้องเป็นเหมือนดังหมาบ้าจึงจะเขียนนิยายจบเรื่องได้!
บทเรียนจากการเขียนนิยายนอกตลาด คือ ต้องอดทน และใช้ความชอบเข้าสู้
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน นักเขียนที่พามาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ เธอเชื่อว่าการจะเขียนนิยายให้จบเรื่องได้ นักเขียนจะต้องมีความกล้า และบ้าบิ่น ต้องกลายร่างเป็นหมาที่กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะขยี้เรื่องราวทั้งหมดให้กลายเป็นเค้กวันเกิดที่พร้อมเป่าเทียนเปิดม่านในฉากสุดท้ายได้!

ความเชื่อของนักเขียนสาว เกิดขึ้นหลังจากเธอเจออุปสรรคบนเส้นทางนักเขียนจนเกือบยอมแพ้ โชคดีที่เธอเพียงแค่ถอยไปตั้งหลักใหม่ ไม่ได้คิดยอมแพ้บนเส้นทางนี้แต่อย่างใด จึงทำให้เราได้มีโอกาสพาทุกคนไปรู้จักกับ “โยย” นักเขียนเจ้าของนามปากกา SnaiLife หรือหว่อหนิวเซิน (สำหรับสายจีนโบราณ) ผู้เขียนนิยายแฟนตาซีแนวเกมออนไลน์เรื่อง [Live] เมื่อผมติดอยู่ในเกม dead by sunlight (ก็เกมที่มีฆาตกรไล่ฆ่าคุณไง) และนิยายแนวจีนเรื่อง ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้แล้ว ผู้อื่นเอาไปที [be your reign] นิยายสองเรื่องสองแนวที่ทำให้เรารู้จัก SnaiLife ในมุมมองที่แตกต่างกัน มาติดตามกันค่ะว่าเธอมีความเป็นมาอย่างไร รับรองว่าอ่านแล้วจะอึ้ง และประทับใจในความไม่ยอมแพ้ของเธอกันแน่นอน..

เริ่มเขียนนิยายเพราะชอบ
แต่กลับผิดหวังเพราะได้รับเงินแทนคำวิจารณ์
เราเริ่มต้นเขียนก็เหมือนหลายๆ คนเลยค่ะ คือเขียนเพราะชอบอ่านนิยายก่อน (ไม่ได้มีรอยแผลเป็นรูปปากกาบนหน้าผากแน่นอน) แล้วทุกคนคงต้องประสบปัญหาเดียวกันก็คือเรื่องที่ชอบมันออกช้าไม่ทันใจวัยรุ่นก็เลยพยายามเขียนฟิคเพื่อสลายความอัดอั้นตันใจ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนฟิคเป็นเรื่องใหม่ จนสุดท้ายก็เริ่มเป็นนิยายของตัวเอง จริงๆ ก็เริ่มเขียนตามเพื่อนด้วยนะ อย่าง ล.โลกลัลล้า (เอิร์ธ) นั่นก็รู้จักกันมาหลายปีแล้วเป็นไอดอลของเราเลย

ประสบการณ์เรื่องแรกที่เขียนคืองานแข่งสำนักพิมพ์หนึ่ง สิบตอนจบ เรื่องน่ารักธรรมดาเรื่องหนึ่ง ได้รางวัลชมเชยมา ตอนนั้นจริงๆ คือดีใจมากที่เขียนเรื่องสิบตอนจบได้ แต่หลังจากนั้นก็ผิดหวังมาก คือตกรอบอาจจะเฟลนิดหน่อย แต่ถ้าเรายอมรับความจริงได้ว่าเราเพิ่งเริ่มเขียนมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เฟลกว่าคือตอนไปเอารางวัลห้าพันบาท เราขอลาเรียนไปเลย ไม่ได้สนเงินแต่หวังอยากได้คำวิจารณ์จาก บก. หรือผู้มีประสบการณ์ในวงการสักหน่อยว่าเรื่องเรามันดีไม่ดียังไง ปรากฎว่าตอนไปถึงก็ไม่มีใครสนใจจะพูดถึงเลย ถ่ายรูปเสร็จรับตังเสียภาษี ณ ที่จ่าย แล้วก็เดินออกมาแบบงงๆ เอ๊ะ นี่เรามาทำอะไรนะ?

ตอนนั้นคือขากลับก็เดินไปเจอคนขอบริจาคโลงศพตรงสะพานลอย(โคตรพอดี) ก็เลยบริจาคเงินรางวัลไป จากนั้นก็บอกกับตัวเองเลยว่า… จริงๆ จำไม่ได้หรอกว่าบอกอะไร 55555 รู้แต่ว่าขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แล้วจำวันนั้นได้ไม่ลืมเลยล่ะ

เส้นทางนักเขียนที่พังเพราะทำตัวเอง
หลังจากนั้นไม่รู้ว่าใครชวนใครก่อนนะ สรุปคือตกลงกับ ล.โลกลัลล้า ว่าจะเปิดเรื่องแนวแฟนตาซีพร้อมกันตอนวันขึ้นปีใหม่ปี 2557 แล้วจะเขียนต่อเนื่องไปจนจบให้ได้ ของเราคือเรื่อง Sin recipes สูตรลับคำสาป ตามสไตล์เด็กโตมากับสายแฟนตาซี ของ ล.โลกลัลล้า คือ How to be Game Idol คู่มือการเป็นเกมไอดอล (ตีพิมพ์กับสถาพร 5 เล่มจบ) ส่วนของเราถ้าไปตามดูก็จะเห็นได้ว่าเราเขียนไม่จบ คาอยู่ที่ตอนที่สิบกว่าไปต่อไม่ได้ สาเหตุคือเรื่องมันมีอะไรเยอะเกินไป พอเรียบเรียงไม่ดีก็กลายเป็นว่าพังที่การดำเนินเรื่อง เรียกว่าวาง Storyboard มาไม่ดีนั่นเอง ถ้าจะแก้อาจจะต้องเขียนใหม่ตั้งแต่ต้น ตอนนั้นเราคิดว่าทู่ซี้เขียนต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น สุดท้ายก็เลยต้องยอมถอนตัวจากข้อตกลงไปแบบเหงาๆ

เราถอยออกมาแล้วเกิดความสงสัยในความสามารถของตัวเองอยู่สักพัก หรือเราจะไม่เหมาะกับการเขียนนิยายจริงๆ ตอนนั้นเลยหยุดเขียนไปพักใหญ่ๆ กระทั่งวันที่ดึงเรากลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้ง ก็คือวันที่เพื่อนเราแต่งเรื่อง How to be Game Idol จบ รวมแล้วประมาณ 2000 หน้ามั้ง

วันนั้นก็เป็นที่เราตัดสินใจกับตัวเองเหมือนกันว่า… ว่าอะไรสักอย่างก็จำไม่ได้เหมือนกัน 55555 แต่ที่รู้ตัวอีกที เราก็เริ่มต้นเขียนเรื่องถัดไปแล้ว และเรื่องนี้จะต้องจบด้วยทุกอย่างที่มีให้ได้

และสุดท้ายมันก็เป็นนิยายสามสิบตอนจบเรื่องแรกของเรา แล้วเราก็ค้นพบว่า การเขียนนิยายให้จบนั้นยากนะ แต่มนุษย์เดินดินทุกคนทำได้ และก็ทำได้ทุกคนจริงๆ อยากให้ลองแล้วจำความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้ แล้วต่อๆ ไปการเขียนให้จบก็ไม่ได้ยากอีกเลย

นักเขียนต้องเป็น ‘หมาบ้า’ ถึงจะเขียนนิยายจบ
จากจุดเริ่มต้นของเราแบบนั้น เราคิดว่าการจะเป็นนักเขียนได้ไม่ใช่แค่มีไอเดีย แต่ต้องมีความดึงดันที่จะบอกเล่าเรื่องราวให้จบด้วย ไม่ใช่ดึงดันธรรมดา แต่เป็นความยืนกราน ความบ้าบิ่น ความกล้าหาญ จะต้องกลายร่างเป็นหมาที่กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะสามารถขยี้เรื่องราวทั้งหมดให้กลายเป็นเค้กวันเกิดที่พร้อมเป่าเทียนปิดม่านในฉากสุดท้ายได้

ดังนั้นเราคิดว่าอาชีพนักเขียนสำคัญที่ความอดทนนะ มันคือความไม่ยอมแพ้ ดื้อด้าน ฆ่าไม่ตายเหมือนซอมบี้ นักเขียนคนอื่นอาจมีชีวิตรูปแบบอื่นที่ดีกว่าเรานะ เราไม่รู้หรอก เช่นเขียนเรื่องแรกก็ดังเลย ขายดีเลย แต่เราก็คิดว่าข้อดีของการเริ่มต้นเป็นคนตัวเล็กๆ ก็คือเราสามารถทำให้มันใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ

การเขียนนิยายให้อะไรเราเยอะนะ เดิมทีเราขี้กลัวไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ หรือทำะไรที่แตกต่าง ตอนนี้บอกเลยว่าแค่คิดจะทำก็พุ่งชนไปแล้ว จะพุ่งผิดเป้าเจ็บตัวบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก เชื่อเถอะว่ายังไงมันก็รู้สึกดีกว่าตอนที่อยู่นิ่งๆ มากกว่า

ขอบคุณที่มา : dek-d