ในวันเยี่ยมไข้

ในวันเยี่ยมไข้ ของเอมอส แมคกี

ในวันเยี่ยมไข้ ของเอมอส แมคกี
เรื่อง: ฟิลิป ซี. สเตด ภาพโดย เอริน อี.สเตด แปล: ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

เอมอส แมคกี เป็นชายแก่ใจดีปฏิบัติงานที่สวนสัตว์ประจำเมือง เอมอสมีงานยุ่งตลอดทั้งวันแต่ว่าไม่ลืมเลือนหาเวลาแวะไปเยี่ยมเพื่อนฝูงสัตว์ที่เขารัก ทุกๆวันเอมอสไปเล่นหมากรุกกับช้าง ไปเยี่ยมแรดผู้ถูกใจน้ำมูกไหล ไปอ่านหนังสือกับนกเค้าแมวผู้กลัวความมืดดำ ไปนั่งเป็นเพื่อนนกเพนกวินผู้ประหม่า ไปวิ่งแข่งกับเต่าผู้ไม่เคยแพ้ใครกันแน่ แม้กระนั้นแล้ววันหนึ่งเอมอสเจ็บป่วยจำเป็นต้องนอนพักอยู่บ้าน เพื่อนพ้องสัตว์ ทั้งหลายแหล่เป็นห่วงเขา บาคาร่า ก็เลยพากันนั่งรถบัสไปเยี่ยมถึงที่หน้าบ้าน ทั้งยังเอมอสและก็เพื่อนพ้องสัตว์ใช้เวลาวันนั้นเล่นหมากรุก อ่านหนังสือ เสวนากันอย่างสุขสบาย…




ท่านเศรษฐี

ท่านเศรษฐี กับ เจ้าชาวนา และจอมพลัง

ท่านเศรษฐี กับ เจ้าชาวนา และจอมพลัง
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : ภัทรีดา ประสานทอง สำนักพิมพ์ : วาดดาว จำนวน : ๓๒ หน้า

ชาวนายากจนคนหนึ่งเลี้ยงโคชื่อนันทวิศาลไว้ โคตัวนี้มีกำลังมหาศาล วันหนึ่งโคนันทวิศาลได้คิดแผนการ ให้ชาวนาท้าเศรษฐีที่ชอบหลอกชาวบ้าน ให้ทดสอบกำลังของโคนันทวิศาลว่าสามารถลากเกวียนทั้งหมดที่เศรษฐีมีได้ ซึ่งเศรษฐีก็ตกลงรับคำท้า แต่พอถึงวันแข่งชาวนากลับตวาดโคนันทวิศาล ทำให้มันหมดกำลังใจไม่สามารถลากเกวียนได้ ต่อมาชาวนาสำนึกได้จึงขอโทษโคนันทวิศาล

ต่อมาชาวนาได้ไปท้าเศรษฐีอีกครั้ง โดยเดิมพันด้วยของทั้งหมดที่ชาวนามี เศรษฐีจึงออกอุบายใส่หินไว้จนเต็มทุกเกวียนที่เขามี แต่โคนันทวิศาลก็สามารถลากเกวียนทั้งหมดได้ เนื่องจากได้ยินถ้อยคำชมเชยอันไพเราะจากชาวนา เมื่อชนะแล้วชาวนาและโคนันทวิศาลจึงนำเงินพนันที่ได้มาแบ่งให้ชาวบ้าน และยังอภัยให้เศรษฐี

เศรษฐี ชาวนาและ จอมพลัง เรียบเรียงขึ้นใหม่จากชาดกเรื่อง นันทวิศาลชาดก โดยนำเสนอในรูปแบบของหนังสือภาพสำหรับเด็ก บาคาร่า ที่อ่านและเข้าใจง่าย ทั้งภาษาและภาพประกอบ…




ทอมคิดเทน

ทอมคิดเทน ลูกแมวน้อย

ทอมคิดเทน ลูกแมวน้อย
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ ผู้แปล : สุภาวดี โกมารทัต สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

ทอม คิตเทน เป็นเรื่องราวของลูกแมวทั้งสี่ตัว ที่พากันออกไปเดินเล่นนอกเส้นทาง ทั้งๆที่แม่แมวแต่งตัวให้เรียบร้อยสวยงาม สะอาดสะอ้าน เพื่อรอเวลาน้ำชายามบ่าย พร้อมกำชับว่า ให้เดินเล่นใกล้ๆบ้าน ระวังอย่าให้เสื้อผ้าเลอะเทอะ ก่อนที่แม่แมวจะออกไปธุระข้างบ้าน ชั่วประเดี๋ยวเดียว

ลูกแมวทั้งสี่ตัว อยากจะทำตามคำสั่งของแม่ แต่ก็พากันเดินเล่นเสียเพลิน ออกนอกเส้นที่แม่กำหนด แถมยังพากันสนุกต่อไปด้วยการไต่ขึ้นได้บนกำแพง ก่อนที่ทอม คิตเทนจะตกลงมาจากกำแพง เสื้อผ้าชุดสวยเกี่ยวขาดหลุดลุ่ย บรรดาแม่เป็ดที่เดินผ่านเห็นเข้า แทนที่จะช่วยกันใส่เสื้อผ้ากลับคืนลูกแมว แต่แม่เป็ดกลับพากันสวมใส่ชุดสวยเสียเอง แล้วพากันเดินเตาะแตะจากไป โดยไม่สนใจสักนิดเดียวกว่า เสื้อผ้าเหล่านั้นเป็นของทอม

เมื่อกลับถึงบ้าน แม่แมวพบว่าลูกๆสกปรกเลอะเทอะมอมแมมขนาดไหน บาคาร่า แม่แมวถึงกับโกรธ ลงโทษด้วยการจับตีก้นตัวละหนึ่งที ก่อนจะส่งเข้าไปอยู่ในห้อง ห้ามลงมารับประทานขนมพร้อมบรรดาแขกของแม่

ทอม คิตเทน อยู่ในชุดเดียวกันกับ กระต่ายน้อยปีเตอร์ ( Peter Rabbit ) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๖ เล่ม เหมาะที่สุดสำหรับเด็กที่อ่านหนังสือเองได้แล้ว เนื่องจากมีตัวหนังสือมาก มีภาพประกอบขนาดไม่ใหญ่นัก แต่เป็นภาพที่งดงาม อ่อนหวานและมีคุณค่าทางศิลปะ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้กับเด็กโตที่ผ่านการใช้หนังสือภาพมาระดับหนึ่ง แล้ว…




หมีใหญ่ผู้หิวโซ

หมีใหญ่ผู้หิวโซ สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและเจ้าหนูน้อย

หมีใหญ่ผู้หิวโซ สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและเจ้าหนูน้อย
ผู้แต่ง : ดอน และออเดรย์ วู้ด ผู้แปล : รพินทร ณ ถลาง ภาพประกอบ : ดอน วู้ด สำนักพิมพ์ : นิวเกตมีเดีย จำกัด จำนวน : ๓๒ หน้า

เจ้าหนูน้อย สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและหมีใหญ่ผู้หิวโซ หนังสือชื่อยาวที่มีเสน่ห์ และความน่าฉงน มีวิธีการนำเสนอที่แปลกและซับซ้อน อันเกิดจากจินตนาการของหนูผู้เป็นเจ้าของสตรอว์เบอร์รี กับเสียงขู่จากผู้ที่ไม่มีใครได้เห็นตัว

หลังจากเจ้าหนูเก็บสรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำน่ากิน มาหนึ่งผล มันก็ได้ยินเสียงขู่ต่างๆนานาว่า ไม่มีวันที่สตรอว์เบอร์รี่น่ากินลูกนี้จะรอดพ้นสายตาเจ้าหมีใหญ่ผู้หิวโซไป ได้ ไม่ว่าจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน คุ้มกันอย่างดีเพียงใด หรือแม้แต่ปลอมแปลงไปเป็นอะไร ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเจ้าหมีใหญ่ไปได้ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด ก็คือ เจ้าหนูต้องแบ่งสตรอว์เบอร์รีออกเป็นสองชิ้น แล้วแบ่งให้เจ้าของเสียงนั้นชิ้นหนึ่ง ส่วนเจ้าหนูก็ควรจะรีบกินชิ้นทีเหลือเสีย เจ้าหนูจึงได้แต่รีบปฏิบัติตามโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียสตรอว์เบอร์รี่ให้กับเจ้าหมีใหญ่ผุ้หิวโซ

เจ้าหนูน้อย สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและหมีใหญ่ผู้หิวโซ บาคาร่า เป็นหนังสือเล่มโต ภาพประกอบชัดเจน สามารถมองเห็ท่าทีอันตื่นตระหนกและหวาดระวังของเจ้าหนูได้อย่างเต็มตา ประกอบกับตัวหนังสือขนาดใหญ่ เพิ่มความน่าตื่นเต้น เข้ากันได้อย่างดีกับบรรยากาศของเรื่อง…




นิยายเลือดทรนง

นิยายเลือดทรนง ตอนไฟรักมังกร โดย : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

นิยายเลือดทรนง ตอนไฟรักมังกร โดย : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

เรื่องย้อนไปปี 2458 ที่หัวหน้าพรรคอั้งทิมึ๊ง โอ๊วบุ่งฮง ที่เสียสุขภาพกำลังจะลงจากตำแหน่ง อึ้งกวงไท่ ที่เป็นคนมาใหม่ไฟแรง ก่อร่างสร้างตัวจากศูนย์จนกระทั่งมีบ่อนรวมทั้งโรงน้ำชาเล็กๆก็ต้องการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ถึงจะได้โอกาสดีที่อาเสี่ยมแกบุตรสาวคนโตจากเมียหลวงของบึงฮงมาหลงเสน่ห์ แต่ว่ากวงไท่กลับเลือกไปแต่งกับอดีตกาลนางเอกงิ้ว เซาะฮวย และก็มีลูกชายทารก อึ้งบึงเล้ง คู่ปรับคนสำคัญอีกทั้งด้านความรักรวมทั้งตำแหน่งของอึ้งกวงไท่เป็นเตียเอี๊ยขี้งกวงที่ถูกใจเซาะฮวยเช่นเดียวกัน แถมยังมีแบ็คของครอบครัวอีก ทำให้เมื่อ หุ่ยเพียวติดต่อบอกกวงไท่ว่าจะช่วยเหลือเลยแอบไปพบเพื่อสนทนาข้างหลังไปดูงิ้วเล่าซังบ่วงโชคดีที่พาเมียแล้วก็ลูกไปด้วย แน่ๆว่างานนี้เป็นการคิดคดทรยศ เหลือลูกชายที่รอดมาผู้เดียวแล้วก็ได้เฮ้งซัวช่วยไว้ ตั้งชื่อใหม่เป็น เฮ้งหั่งเล้ง หรือมังกรนั่นเองโดยมีหชูประจำเชื้อสายเป็นหลักฐาน

ความตายของกวงไท่มีประโยชน์ต่อเตียเอี๊ยงกเงินวงจนกระทั่งร่ำลือกันว่าเป็นคนลงมือ บาคาร่า แม้กระนั้นเรื่องก็เงียบไปเมื่อเอี๊ยขี้เหนียววงสมรสการบ้านการเมืองกับอาเสี่ยมเธอโดยทางเชื้อสายโอ๊วที่ได้ ไต่หั่ง น้องชายคนเล็กของบึงฮงแล้วก็มือขวา มุ่ยเซ้ง ที่บึงฮงเก็บมาเลี้ยงต้องการจะกลืนธุรกิจการค้าของเครือญาติเตีย แม้กระนั้นแปลงเป็นเอี๊ยละโมบวงน้ำนิ่งก็ยิ่งไหลลึกกว่าบวกกับอาเสี่ยมมึงที่หลงเสน่ห์เข้าด้วยทำให้สามารถคุมกิจการค้าของเครือญาติโอ๊วได้ในระดับหนึ่ง จนกระทั่งทั้งสองมีลูกสาวเป็นนงท้องฟ้า วันหลังเมื่อเอี๊ยละโมบวงมีภรรยาน้อยก็ทำให้ทั้งสองเย็นชากันไป ภรรยาน้อยสามคนสูงอายุห่างกันคนละสิบปีและก็ได้ลูกชายหลายท่าน เรื่องวนกลับมาเมื่อเอี๊ยโลภวงปรารถนาลงจากตำแหน่ง ไม่อาจจะใช้ลูกชายที่ยังเด็ก เลยปรารถนาลูกเขยชำนาญมารับตอน

จากเรื่องที่แล้วเป็นตัวเลือกหลักเป็นพยัคฆินทร์และก็มังกร แม้กระนั้นเสือถอนตัวทำให้มังกรที่ค่อนข้างจะบุ่มบ่ามเป็นผู้ชิงเก้าอี้ลูกเขยแถวหน้า แม้กระนั้นมังกรที่ใจร้อนกว่าพยัคฆินก็พบศึกหนักไปหลายชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดนวางยา ที่เรื่องโยงไปพบสมัยก่อนที่น่าสงสัยเมื่อนงฟ้าได้ยินโดยบังเอิญอาเสี่ยมเธอบอกเรื่องอดีตกาลของมังกรกับผู้อื่น ระหว่างนี้มังกรก็แอบติดต่อร่วมมือกับอัสดรที่อยากกำจัดอั้งยี่ รวมทั้งได้พยัคฆินเป็นที่ปรึกษาแบ็คอยู่ด้านหลังอีกครั้ง อาจไม่ต้องบอกนะคะว่าเรื่องเสร็จ มังกรแก้เผ็ดได้ ญาติพี่น้องพยัคฆินอัสดรเจอกันอีก ถึงคนทั้งหลายแหล่จะบอบช้ำโชกเลือดไปไม่น้อย ……




แฮร์รี่หมา

แฮร์รี่หมา มอมแมม (Harry,The Dirty Dog)

แฮร์รี่หมา มอมแมม (Harry,The Dirty Dog)
เรื่อง จีน ไซอัน ,ภาพ มาร์กาเร็ต บลอย เกรแฮม แปล ระพีพรรณ พัฒนาเวช สนพ.แพรวเพื่อนเด็ก แนะนำโดย โดยธัญโรจน์ โรจนธเนศ

“แฮร์รี่” หมาสีขาวแต้มดำ มีความเป็นเลิศด้านความเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนและเกลียดการอาบน้ำ ทันทีที่แฮร์รี่ได้ยินเสียงเจ้าของเปิดน้ำใส่อ่าง มันก็รีบคาบแปรงขัดตัวไปฝังในสวนหลังบ้าน แล้ววิ่งหนีไปเล่นตามที่ต่างๆ เล่นจนตัวสกปรกสมใจ แฮร์รี่จึงเดินกลับบ้านพร้อมกับความหิวโซ…แต่เหตุการณ์หลังจากแฮร์รี่กลับถึงบ้านไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิด เมื่อไม่มีใครในบ้านจำหมาสีดำอย่างมันได้ แฮร์รี่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่ามันคือ แฮร์รี่ หมาสีขาวแต้มดำตัวเดิม

ถ้า “ ช้างเบิ้ม ” เป็นตัวแทนของเด็กที่รักษาความเป็นตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น บาคาร่า แฮร์รี่ก็คงเป็นหมาที่อยู่ด้านตรงข้ามกับช้างเบิ้ม คือใช้ชีวิตเกินพอดีจนหลุดจากความเป็นตัวเองไปไกล

ไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้จากแฮร์รี่ ผู้ใหญ่เองก็เช่นกัน เพราะผู้ใหญ่มักลืมตัวทำอะไรต่อมิอะไรบดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วตัวตนจริงๆของพวกเราอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งควรรักษาให้มันอยู่กับเราตลอดไป…




ไม่อยากเป็นควาย

ไม่อยากเป็นควาย

ไม่อยากเป็นควาย
เรื่อง : ดร.สายสุรี จุติกุล ภาพ : ศ.ดร.แสงอรุณ รัตกสิกร สำนักพิมพ์ ชมรมเด็ก บทความ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์

เมื่อจับหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านครั้งแรกๆ รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอะไร เนื่องจากเรื่องราวคล้ายคลึงกับนิทานอีกหลายเรื่อง ทั้งนิทานโบราณเช่น เรื่อง “ฤาษีกับหนู” และหนังสือที่แต่งขึ้นมาใหม่อย่าง “หมูเรื่องมาก” รวมทั้งหนังสือเล่มเล็กอีกหลายๆเรื่อง แต่ผู้ประพันธ์จำนวนไม่มากนักที่สามารถแต่งเรื่องและออกแบบภาพได้อย่างรู้ใจเด็กๆ สามารถผูกเรื่องราวสื่อสารไปถึงเด็กๆ ได้อย่างมีพลังและสนุกสนานใกล้ตัว มีอรรถรสของความเป็นหนังสือภาพ และถ้าจะลำดับหนังสือภาพของไทยที่แต่งขึ้นในแบบอย่างหนังสือสมัยใหม่มีความสวยงามทางภาษา ให้อารมณ์ละเมียดละไมแล้วละก็ ไม่อยากเป็นควาย น่าจะอยู่บนแท่นหมายเลขหนึ่ง เพราะความพิเศษของ ไม่อยากเป็นควาย อยู่ที่ความเป็นเด็ก ทั้งวิธีคิดและการนำเสนอก็เป็นไปในรูปแบบหนังสือเด็ก

อย่างไรก็ตาม เราสามารถสัมผัสถึงพลังของภาพประกอบได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องอาศัยการสังเกตหรือต้องเจาะลึก เพราะแม้ผู้ประพันธ์และผู้ออกแบบภาพจะไม่ได้ทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอนก็ตาม แต่ภาพและเรื่องก็ผสานกลมกลืนกันราวกับเป็นงานของบุคคลเดียว และหากมองอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว บาคาร่า จะเห็นอารมณ์ขันที่ลุ่มลึก สำรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนักในหนังสือภาพสำหรับเด็ก

ภาพประกอบฝีมือ ศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร เล่าเรื่องอย่างอิสระ สนุกสนาน หลากหลาย เทคนิค ปราศจากกรอบบังคับ ดังจะเห็นได้ในหน้า 11 ที่ใช้ทั้งวิธีวาดและตัดปะ (collage) ทั้งการจัดองค์ประกอบศิลป์แต่ละหน้าก็แตกต่างกันดูเผินๆ แล้วเหมือนไม่มีเอกภาพ แต่หากดูอย่างจริงจังจะเห็นว่าผู้ออกแบบกำลังสนุกสนานไปกับเรื่องราวเหมือนเด็กที่กำลังเล่น และใช้ความสดอย่างเด็กๆ ได้ทุกอารมณ์ เช่น ท่าทีของควายที่ลุกขึ้นแต่งสูท แต่ทำท่างงๆช่างน่ารักน่าชัง ส่วนภาพคุณลิงในหน้า 17 นั้นเหมือนจะล้อเลียนใครอยู่เลยทีเดียว

อีกอารมณ์หนึ่งที่นับว่าสนใจมากที่สุดในหนังสือเล่มนี้คือ ความรู้สึกในภาพที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงสำนวน “กลิ่นโคลนสาบควาย” (หลายคนที่เกิดและเติบโตในครอบครัวชาวไร่ชาวนาคงเห็นด้วยกับผู้เขียน) ถึงขั้นได้กลิ่นท้องไร่ท้องนา ทั้งยังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกสงบ ชุ่มเย็น เหมือนยืนอยู่บนท้องทุ่ง ทั้งตอนเริ่มเรื่องและตอนจบ

วิธีการเล่าเรื่องและท่าทีการเสนอเรื่องราวนั้นเต็มไปด้วยความหวัง ให้โอกาสและเป็นบวกอันเป็นท่าทีของครูที่ท่านผู้ประพันธ์เป็นอยู่โดยจิตวิญญาณ (นักการศึกษาย่อมเชื่อมั่นสำนึกด้านบวกของมนุษย์อยู่เสมอ) ไม่ย่อท้อต่อความไม่เข้าใจ ความไม่เชื่อมั่นของผู้อื่น และไม่สั่งสอนด้วยวิธีบังคับหรือชี้นำ หากให้โอกาสหาข้อสรุปจากประสบการณ์ด้วยตนเอง

เรื่องราวที่ปรากฏในหนังสือจึงไม่มีท่าทีสั่งสอน ลงโทษ หรือติเตียน แต่ให้ตัวละครได้โลดแล่นไปด้วยตนเอง สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตนเอง จนไปถึงการปรับเปลี่ยนด้วยตนเอง หากย้อนกลับไปที่หน้าปก ชื่อเรื่องที่ท่านผู้ประพันธ์ตั้งไว้ (ไม่ว่าจะด้วยเจตนาใดก็ตาม) หมิ่นเหม่ต่อการเสียดสีอยู่มาก และไม่อาจคาดเดาเนื่องจากควายมักถูกตราว่าไม่ฉลาดอย่างร้ายแรง แต่ควายในเรื่องนี้เป็นควายที่สง่างามผ่าเผยทัดเทียมกับคน เรียนรู้ที่จะกระทำการหลายอย่างเช่นคน ไม่เคอะเขิน เพียงแต่ไร้ความสุข ขาดความคุ้นชินตามธรรมชาติ ควายจึงดูมีศักดิ์ศรีไม่ด้อยไปกว่าคน

ในทางกลับกัน การที่ควายอยากเป็นคน ทำตัวเหมือนคน ใช้ชีวิตเหมือนคนก็เป็นอารมณ์ขันที่น่ารักของผู้ประพันธ์ กระทั่งเรื่องราวมาลงเอย เมื่อได้กลับไปสัมผัสชีวิตที่คุ้นเคยแบบควาย เช่น ควายทั่วไป

ไม่มีความขุ่นข้องหมองใจใดๆเจือปนอยู่เลย เพราะความเป็นตัวของตัวเองนั้นโปร่งสบาย ไม่อึดอัด ไม่จำเป็นต้องดัด ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องเสแสร้ง จึงสบายทั้งกายและใจ แล้วจะอยากเป็นคนไปทำไม เป็นควายอย่างเคยดีกว่า

ท่าทีของการเล่าเรื่องตอนนี้จึงมีสารที่ใหญ่กว่าตัวมันเองอยู่มาก

การให้ควายต้องเดินตามไส้เดือนเป็นวันเพื่อไปสู่หนองน้ำเป็นอารมณ์ขันที่น่ารักมาก และมีนัยให้คิดคำนึงอยู่พอสมควรเพราะหากควายจะเดินเองก็คงไม่กี่ก้าว แต่ผู้เล่าให้ควายพัก มีเวลาได้คิดได้พินิจพิเคราะห์ถึงตนเอง ทำความเข้าใจด้วยตนเอง ก่อนไปสู่บทสรุปอันเปี่ยมด้วยความสุขและเบิกบาน เช่น เดียวกับภาพยนตร์เรื่องใหญ่ที่จบอย่างมีพลังหลังจากผ่านทุกข์ยากมาแสนนาน การพักเรื่องด้วย อารมณ์ขันของผู้เล่า (ผู้ประพันธ์) ในตอนนี้จึงมีสารซ่อนให้คิดอยู่ด้วยทั้งเป็นอารมณ์ขันลึกที่เรียกเสียงหึๆ ในลำคอจากผู้ฟังผู้ใหญ่ได้เสมอ ความดีงามทั้งหลายของหนังสือเล่มนี้จึงอยู่ที่สาระ และวิธีการเล่าเรื่องของผู้ประพันธ์และผู้ทำภาพประกอบ ซึ่งทั้งสองท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยวุฒิภาวะ เห็นความเป็นเด็กที่ไม่ได้จางหายไปของท่านทั้งสอง…




น้องหมี

น้องหมี

น้องหมี
แนะนำ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ ผู้แต่ง : ชิเงโอะ วาทานาเบะ ผู้แปล : พรอนงค์ นิยมค้า / มารินา โฮริคาวา ผู้วาดภาพประกอบ : ยาสุโอะโอโทโมะ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก (บทความคัดมาจากจดหมายข่าว ” เด็กไท “)

ผู้อ่านหลายท่านเขียนมาบอกว่า จำนวนหนังสือที่แนะนำมีน้อยไปสำหรับเวลาสองเดือนของรอบ การพิมพ์เด็กไท ซึ่งไม่พอสำหรับความสนใจของพ่อแม่และยิ่งไม่พอหากจะต้องขวนขวายหาหนังสือ มาอ่านให้ลูกๆฟังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เขียนก็เห็นด้วย แต่ครั้นจะแนะนำพร้อมกันหลายๆเล่มก็เกรงจะไม่ได้รายละเอียดที่อยากแลกเปลี่ยน จึงพยายามคิดดูว่ามีวิธีใดที่จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้แนะนำ และเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ ตรงความสนใจของผู้ศึกษาหนังสือภาพสำหรับเด็กไปพร้อมๆกัน

ผู้เขียนจึงคิดว่าจะขอเสนอเป็นชุด หนังสือที่น่าสนใจสลับกันไปกับการเสนอผลงานของนักเขียน ผลงานแปลที่มีชื่อเสียงและหนังสือระดับโลกหรือแนวทางอื่นๆที่น่าสนใจ ซึ่งคงจะช่วยให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น

หนังสือชุดน้องหมี เป็นหนังสือสำหรับเด็กเล็กในชุดที่ห้องสมุดเด็กและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในโครงการของ สมาคมไทสร้างสรรค์ต้องมีเป็นหนังสือหลัก เนื่องจากเด็กๆในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหลายต่างก็อยู่ในวัย ๓-๔ ขวบกันทั้งนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ความสนใจและประสบการณ์ตรงกันอย่างยิ่งกับหนังสือในชุดที่สมาคมฯได้ทดสอบแล้วว่าสามารถทำให้เด็กๆสนใจหนังสือได้อย่างรวดเร็ว เพราะเด็กๆมีความสนใจเหมือนน้องหมี เล่นเหมือนน้องหมี มีกิริยาเหมือนน้องหมี ประสบปัญหาเหมือนน้องหมี รวมความว่าน้องหมีมีจริตและประสบการณ์ที่ตรงกับตนเอง จึงรู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมและอยากเข้าใกล้

น้องหมีเป็นเด็กเล็กๆ อยู่ในโลกเล็กๆ กับคนใกล้ชิด กับพ่อแม่ ของเล่น กล่องกระดาษ อาหารและสัตว์เลี้ยง การเรียนรู้ในโลกของเด็กๆจึงเริ่มต้นที่ความเป็นมิตรกับสิ่งรอบข้างและคนใกล้ชิดผ่านกิจกรรมเล็กๆในสายตาของผู้ใหญ่ แต่เป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และสนุกสนานสำหรับเด็ก

น้องหมี จึงน่าจะเป็นแบบและแนวทางการเลี้ยงดูเด็กเล็กได้ดีสำหรับพ่อแม่มือใหม่ อธิบายความไว้ระหว่างบรรทัดว่าเด็กๆเรียนรู้จากการเล่น จากง่ายไปยาก ตามความพร้อมของร่างกาย สมองและความพร้อมในการควบคุมกล้ามเนื้อซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงให้เด็กๆเรียนรู้การแก้ปัญหา ทั้งปัญหาของตนเองและข้อจำกัดที่ของเล่นมีอยู่

ถ้าหากอยากให้ลูกฉลาด พ่อแม่จึงต้องพาเด็กๆเล่นอย่างน้องหมี ตั้งแต่เล็กๆและไม่มองว่าการพาเด็กๆเล่นเป็นเรื่องเกินวัยของตัวเองน่าอายและไร้สาระ เพราะการเล่นคืองานของเด็กๆ ทั้งเล่นเดี่ยว เล่นสร้างสรรค์ เล่นกลุ่ม และเล่นเชิงจินตนาการ ต่างก็เป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางสมอง สร้างพัฒนาการทางสังคม ร่างกาย จิตนการ สร้างพัฒนาการ

ท่าทีของหนังสือชุดน้องหมี เป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะเป็นประสบการณ์ทางบวกของเด็กๆทั้งสิ้น กระตุ้นให้เด็กๆเล่นสนุกกับการเรียนรู้อย่างเป็นบวก เช่น น้องหมีสวัสดีครับ ที่พ่อแม่ชอบใจ ทำให้การสวัสดีเป็นเรื่องสนุก เป็นการเล่นแบบหนึ่ง แต่ได้ประโยชน์จริง

อย่างไรก็ตาม บางท่านบอกว่าเนื้อหาบางส่วนเป็นเรื่องไกลตัวเด็กเกินไปและออกจะญี่ปุ่นมากไปหน่อย เพราะบ้านเราไม่มีคนส่งนม (อย่าว่าแต่แพะเลย) อันนี้ออกจะจริงจังมากไปนิด และคงลืมไปว่าน้องหมี ไม่ใช่สารานุกรมสำหรับเด็ก แต่เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กเล็ก บาคาร่า และหนังสือสำหรับเด็กนั้นเป็นสากล จริตของเด็กเป็นสากล ถูกใจเด็กชาติหนึ่ง (โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ) ก็ย่อมถูกใจเด็กในทุกแห่งหน และน้องหมีก็เป็นหนึ่งในนั้น

สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็กจัดพิมพ์หนังสือชุดนี้ขึ้นทั้งหมด ๘ เล่ม ซึ่งออกจะมากอยู่ คล้ายกับพิมพ์เรื่องซ้ำๆแต่หากดูที่ชื่อเรื่องก็จะเห็นว่าเด็กเล็กมีความสนใจหลากหลายไม่แตกต่างจากเด็กโต เพียงแต่ใกล้ตัวมากกว่า ทั้งน้องหมีแต่งตัว น้องหมีเล่นกับพ่อ น้องหมีมอมแมม น้องหมีสวัสดีครับ น้องหมีหม่ำหม่ำ น้องหมีขี่เป็นนะ น้องหมีสร้างบ้าน และน้องหมีสู้สู้ เป็นกิจกรรมที่แตกต่างกันไปในหลายอารมณ์อยากเล่นของเด็กเล็ก เด็กๆที่ได้ฟังน้องหมีจึงรู้สึกทันทีว่าหนังสือเป็นของสนุก ผู้ใหญ่ที่อ่านให้ฟังก็ใจดี ทัศนคติทางบวกต่อหนังสือก็เกิดขึ้น ความรู้สึกไว้วางใจผู้ใหญ่รอบข้างก็ตามมา เป็นการเริ่มต้นการเดินทางไปในโลกของหนังสือ โดยผู้ใหญ่ไม่ต้องพร่ำบ่นว่าหนังสือนั้นสนุกและมีประโยชน์ (เด็กดีต้องอ่านหนังสือ!) เพราะเด็กๆสามารถรู้สึกและซึมซับได้ด้วยตนเอง…




กุริกับกุระ

กุริกับกุระเดินทางไกล

กุริกับกุระ เดินทางไกล

ผู้แต่ง : ริเอโกะ นาคางาวะ ผู้แปล : พรอนงค์ นิยมค้า ภาพประกอบ : ยูริโกะ โอมูระ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

เล่มนี้เป็นภาคต่อจากกุริกับกุระ หนูนาสองตัวออกเดินทางไกล ไปเที่ยวป่าเช่นเคย ทั้งคู่พบเส้นไหมเส้นหนึ่งตกอยู่บนพื้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงเดินสาวเส้นไหมไปตลอดทาง โดยไม่สนใจสักนิดว่าเส้นไหมจะนำทางไปไหนบ้าง ทั้งคู่เดินผ่านป่า ขึ้นเนินลงเนิน เดินเข้าหน้าบ้านทะลุออกหลังบ้าน จนไปโผล่ในทุ่งโล่งข้างแปลงผัก บาคาร่า แล้วจึงค่อยพบว่า เส้นไหมที่ทั้งคู่เดินสาวมานั้นเป็นไหมจากเสื้อไหมพรมของคุณหมี ซึ่งสวมอยู่ขณะนี้ถูกดึงไปเหลืออยู่เพียงไม่ถึงครึ่งตัวเท่านั้น

แต่คุณหมีก็แสนใจดี นอกจากจะไม่ถือสาแล้วยังชักชวนให้กุริกับกุระอยู่กินขนมด้วยกันอย่าง เอร็ดอร่อย เหมือนกับเรื่องแรก ส่วนภาพวาดก็ยังคงเป็นไปในแบบเดิม คือ เส้นเรียบง่ายแต่มีอารมณ์สนุก เข้ากันได้ดีกับเรื่อง สำหรับเรื่องนี้จะมีสีขั้นที่สองเพิ่มเข้า เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เด็กในเรื่องของสี…




ปาฏิหารย์ร้านขายของชำ

ปาฏิหารย์ร้านขายของชำ ย้อนเวลาของคุณนามิยะ MIRACLES OF THE NAMIYA GENERAL STORE (2017)

ปาฏิหารย์ร้านขายของชำ ย้อนเวลาของคุณนามิยะ MIRACLES OF THE NAMIYA GENERAL STORE (2017)

ปาฏิหารย์ร้านขายของชำ ย้อนเวลาของคุณนามิยะ เรื่องย่อ

ในความเงียบสงัดยามวิกาล Miracles of the Namiya General Store หัวขโมย สามคนก่อเหตุและเข้าไปซ่อนตัวในร้านชำร้าง ทันใดนั้นก็มีจดหมายลึกลับสอดเข้ามาทางช่องประตู บาคาร่า ใครบางคนเขียนเล่าปัญหาชีวิตและขอคำแนะนำจากเจ้าของร้านชำ

หัวขโมยทั้งสามจึงนึกสนุกและสวมรอยเขียนตอบเอง แต่จู่ ๆ จดหมายที่เขียนก็หายวับไป…แทนที่ด้วยจดหมายฉบับใหม่ ปรากฏว่าจดหมายที่ว่านั้นถูกส่งมาจากอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน! พวกเขาสงสัยว่าร้านชำแห่งนี้น่าจะมีกลไกบางอย่าง ทำให้ติดต่อกับ

คนในอีกยุคสมัยได้ และคนที่น่าจะรู้ความลับนี้ก็คือ คุณนามิยะ เจ้าของร้าน แต่ปัญหาคือเขาจากโลกนี้ไปหลายสิบปีแล้ว! เมื่อมิติแห่งกาลเวลามาบรรจบ…ร้านชำที่เคยช่วยเหลือผู้คนมากมายผ่านจดหมาย จะทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกครั้งได้หรือไม่?

 

ผู้กำกับ: Jie Han
ผู้แต่ง: Jie Han
ดารานำ: Jackie Chan, Duling Chen, Dilraba Dilmurat, Zijian Dong

ติดตามความสนุกได้ที่นี่ nungdeedung.blogspot.com…